ค่าระดับน้ําตาลปกติในหญิงตั้งครรภ์

ค่าน้ำตาลปกติของผู้หญิงตั้งครรภ์1

คงไม่มีคุณแม่คนไหนที่อยากจะมีภาวะแทรกซ้อนใดๆในระหว่างตั้งครรภ์ แต่โรคหนึ่งที่ คุณแม่ขณะตั้งครรภ์ มักจะเป็นกันค่อนข้างเยอะมาก ( มีโอกาสในการเกิดถึง 10%)  นั่นก็คือโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งภาษาอังกฤษจะเรียกว่า gestational diabetes mellitus หรือตัวย่อว่า GDM  โดยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์นี้มักจะ เป็นหลังจากที่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 20-28 สัปดาห์ ซึ่งภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาจจะส่งผลให้ทารกในครรภ์มีความผิดปกติเช่น ทารกมีอาการตัวโตกว่าปกติ คลอดได้ยาก และยังอาจส่งผลให้เกิดการแท้งในระยะใกล้คลอดอีกด้วย

สถิติก่อนหน้า ประเทศไทยจะมีคุณแม่ที่เป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์เพียง 0.1% แต่ในปัจจุบันนี้ กลับพบอาการเบาหวานในขณะตั้งครรภ์มากถึง 5-10 เปอร์เซ็นต์ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อาการเบื้องต้นของคุณแม่ที่เป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์

อาการของคุณแม่เบาหวาน ในช่วงตั้งครรภ์ ก็จะคล้ายกับอาการของผู้ป่วยเบาหวานทั่วไป ก็คือจะมีอาการกินเก่ง หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อยขึ้น และถือว่าอาจจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าเดิม ซึ่งถ้าฝากครรภ์กับคุณหมอไว้เรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็จะทำการตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งถ้าคุณหมอตรวจเจอและได้รับการรักษา  ก็จะช่วยให้การควบคุมภาวะแทรกซ้อนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย


ระดับน้ำตาลในเลือดปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์คือเท่าไร


การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่คุณหมอมักจะต้องตรวจสอบอยู่เป็นระยะ โดยในการตรวจเบาหวาน จะไม่เหมือนกับการตรวจเบาหวานสำหรับคนปกติ เพราะว่าในระหว่างการตั้งครรภ์ ระบบการทำงานของร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถตรวจน้ำตาลเพียงครั้งเดียวแล้วทราบได้ว่าเป็นเบาหวานหรือไม่

ในการตรวจน้ำตาลของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์นั้น คุณหมอจะทำการตรวจเลือดด้วยกันถึง 4 หน ซึ่งในครั้งแรกก็คือหลังจากอดอาหารอดน้ำ ในช่วงเช้า จากนั้นจะต้องกินน้ำตาลกลูโคส และตรวจ อีก 3 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 1 ชั่วโมง เมื่อได้ผลแล้วคุณหมอก็จะนำมาเปรียบเทียบเพื่อดูค่าว่า ระดับน้ําตาลในเลือดปกติอยู่หรือไม่

ระดับน้ําตาลปกติสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 95 mg/dl (ก่อนรับประทานอาหาร) และไม่เกิน 140 mg/dl หลังรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง

สาเหตุของการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์และการป้องกัน

ต้องบอกว่าการตั้งครรภ์นั้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของฮอร์โมนในร่างกาย ระบบทุกอย่างทำงานแทบจะไม่เหมือนเดิม คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนก็อาจจะมีภาวะร่างกายต่อต้านอินซูลิน ก็เลยจะทำให้ส่งผลต่อการเป็นเบาหวาน มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติได้ นอกจากนี้ในการทานอาหาร ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นด้วย  คุณแม่ตั้งครรภ์ควรจะมีการจำกัดอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล โดยเลือกรับประทานเป็นข้าวซ้อมมือหรือข้าวไม่ขัดสี รวมถึงงดของหวานจำพวกเบเกอรี่ โดนัท กาแฟเย็นใส่นมข้นครีมเทียม ก็จะเป็นการช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ด้วย

นอกจากนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะว่ามีงานวิจัยหลายชิ้นที่ ระบุว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ได้ โดยจะเป็นการกระตุ้นทำให้น้ำตาลกลูโคสในเลือด เคลื่อนเข้าสู่เซลล์เพื่อผลิตเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และประโยชน์ของการออกกำลังกาย ก็ยังทำให้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของการตั้งครรภ์ ทั้งในส่วนของอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ ที่คุณแม่มักจะเป็นกันบ่อยๆ

ผลกระทบต่อทารกในครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นโรคที่คุณหมอมักจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์โดยตรง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ต้องกังวลกันไปนะคะ เพราะถ้าเราปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออยู่ตลอด ส่วนใหญ่แล้วถึงแม้ว่าจะมีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ก็ยังสามารถคลอดบุตรที่มีสุขภาพแข็งแรงได้

  • ทารกที่เกิดมาจะมีน้ำหนักตัวมาก คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานหลายคน เมื่อคลอดบุตรมาแล้ว ก็จะพบว่าลูกตัวโตกว่าเด็กทั่วไปมาก เหมือนกับเด็กอายุ 3 เดือนกันเลย ซึ่งไม่ใช่ว่าทารกตัวใหญ่จะไม่ดี เพียงแต่ว่าจะเป็นอุปสรรคในการคลอด ซึ่งทารกตัวใหญ่มาก โดยมากแล้วแพทย์ก็จะแนะนำให้ทำการผ่าคลอดแทน เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่า
  • อาจจะมีอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารก ทารกบางราย อาจมีอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าร่างกายมีการผลิตอินซูลินมากจนเกินไป และนั่นก็อาจจะทำให้ทารกมีอาการชักได้